มารู้จักกับ ยา Norfloxacin และข้อบ่งใช้ วิธีการใช้

hi-prescrip-drugs-8col

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา

ยา Norfloxacin  นี้เป็นยาปฏิชีวนะ ใช้ขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก และทางเดินอาหาร ยานี้ใช้เพื่อรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคหนองใน โรคติดเชื้อที่ต่อมลูกหมาก และโรคติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ เช่นกระเพาะปัสสาวะอักเสบยานี้อาจใช้เพื่อรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่กระเพาะอาหาร ซิฟิลิส

วิธีการใช้ยา

รับประทานยานี้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนอาหารหรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7-28 วัน
หากใช้เพื่อรักษาโรค gonorrhea รับประทานยาเพียงครั้งเดียว

โดยทั่วไปผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 400 มก. วันละ 2 ครั้ง นาน 3-10 วัน อาจนานกว่านี้แล้วแต่แพทย์สั่ง สำหรับการรักษาหนองใน รับประทานครั้งเดียว 800 มก.

ยานี้มีขายในรูปยาเม็ดขนาด 100, 200 และ 400 มก. โดยรับประทานพร้อมน้ำ 1 แก้ว ในขณะท้องว่างหรืออย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนอาหารหรือสองชั่วโมงหลังอาหาร

สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชก่อนใช้ยา

- การแพ้ยา norfloxacin, ยากลุ่มquinolones หรือยาอื่นๆ
- ยาอื่นๆทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพร ที่ท่านใช้อยู่ในขณะนี้หรือกำลังจะใช้
- หากเป็นหรือเคยเป็นโรคตับ โรคไต โรคลมชัก โรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้องหรือกระเพาะอาหาร มีความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็น โรคหัวใจ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้าย หรือ โรคหลอดเลือดสมอง
- การตั้งครรภ์ การวางแผนในการตั้งครรภ์ หรือการให้นมบุตร
- หากต้องเข้ารับการการผ่าตัดหรือทำฟัน ต้องแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบก่อนทำการรักษา

อาการอื่นๆ

รู้สึกไม่สบาย อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง แก้ไขโดยการรับประทานอาหารน้อยแต่บ่อย
ท้องร่วง หากเป็นไม่มากให้ดื่มน้ำเกลือแร่ทดแทนให้เพียงพอ
ปวดศีรษะ ให้รับประทานยาแก้ปวด

ข้อห้ามในการใช้ยา

- มีประวัติแพ้ยานี้โดยมีผื่นขึ้น เอ็นขาด
- ไม่ควรใช้ยา norfloxacin ร่วมกับยา caffeine, clozapine, ropinirole, tacrine, theophylline, tizanidineหากจำเป็นต้องใช้ต้องติดตามใกล้ชิด
- ห้ามใช้ร่วมกับยา tizanidine

ทำไมโรคท้องเสียจากการติดเชื้อต้องเลือก norfloxacin เป็นตัวแรกด้วย ทั้งที่มียาปฎิชีวนะอีกหลายตัว?

ภาวะท้องเสียเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งหากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Shigella (บิดไม่มีตัว) จะต้องใช้ยาต้านจุลชีพในการรักษา ตามที่แนะนำจากแนวทางการรักษาคือยาต้านจุลชีพกลุ่ม fluoroquinolones ให้วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 วันทั้งนี้เนื่องจากยาสามารถฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุของการเกิด diarrhea ได้ ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาได้แก่ค่าชีวประสิทธิผลของยา (oral bioavailability) หรือปริมาณยาที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ในกรณีท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียนั้น เชื้อจะอยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องการยาที่มีค่าชีวประสิทธิผลน้อย เพื่อที่จะได้มีตัวยาในระบบทางเดินอาหารที่มากเพียงพอต่อการฆ่าเชื้อ ส่วนยาอื่นในกลุ่ม เช่น Ofloxacin เมื่อเปรียบเทียบค่าชีวประสิทธิผลกับ norfloxacin พบว่าเท่ากับร้อยละ 90-98 และร้อยละ 30-40 ตามลำดับ ดังนั้นยา norfloxacin จึงอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียมากกว่า ofloxacin อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีอาการท้องเสีย ร่วมกับมีไข้สูง ในกรณีนี้อาจเป็นไปได้ว่าการติดเชื้อนั้นมีการเข้าสู่กระแสเลือด กรณีเช่นนี้อาจเลือกใช้ยา ofloxacin แทนเนื่องจากยามีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดมากกว่า norfloxacin นอกจากนี้การเลือกใช้ยาต้านจุลชีพอาจต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความไวของเชื้อต่อยาร่วมด้วย

ที่มา :  yaandyou.net , siamhealth.net , pharmacy.mahidol.ac.th